สิงโต เดอะสตาร์ หนุ่มหล่อสมาร์ทมากความสามารถโชว์หุ่นแซ่บกลางสระว่ายน้ำ

สิงโต เดอะสตาร์

สิงโต เดอะสตาร์

สิงโต เดอะสตาร์  หรือ สิงโต สหรัฐต์ หิรัญญ์ธนภูวดล  หนุ่มหล่อเสียงดี ทำเอาชาวเน็ตใจเต้นรัวๆ เมื่อเจ้าตัวออกมาโพสต์รูปถอดเสื้อโชว์หุ่นแซ่บๆ ในสระว่ายน้ำ ลงอินสตาแกรม @singtosaharat

ซึ่งสิงโตได้โพสต์ภาพนี้ที่ใส่เพียงกางเกงว่ายน้ำตัวเดียว และในมือที่ถือแก้วอยู่นั้น พร้อมกับแคปชั่นว่า “If I were a Boy. Even just for a day I’d roll outta bed in the morning And throw on what I wanted then go”

งานนี้ทำเอาแทบไม่ได้หน้าสิงโตเลยจริงๆ คอมเมนต์มีแต่คนชมความเซ็กซี่ของสิงโต สมแล้วที่เป็นหนุ่มรักการออกกำลังกาย ตอนนี้ สิงโต เดอะสตาร์ กล้ามแน่นหุ่นน่ากอดมาก ลองไปดูภาพของสิงโตกันเลยจ้าแซ่บๆ ทั้งนั้นแต่ละช็อต ถึงต้องตามกดไลค์ให้รัวๆ ufa

 

เปิดประวัติหนุ่มหล่อสิงโต

สิงโต มีชื่อจริงว่าเรืออากาศตรี สหรัฐต์ หิรัญญ์ธนภูวดล เป็นหนุ่มจังหวัดระยอง ชีวิตของสิงโตไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เขาเกิดในครอบครัวที่ไม่ได้อบอุ่น ภาพรวมมีฐานะยากจน พ่อของเขาเป็นคนเจ้าชู้มาก มีเรื่องทะเลาะตบตีกับแม่ให้ลูก เห็นอยู่ตลอดเวลา จนภาพแย่ๆ เหล่านั้นติดตาและฝังลึกเข้ามาในจิตใจของเขาด้วยความเจ็บปวด จนกระทั่งวันหนึ่งพ่อของเขาก็ทิ้งแม่กับพวกเขาไปแบบไม่ไยดี ทั้งที่แม่ของเขาพยายามอดทนมาโดยตลอดเพื่อลูกๆ จะได้มีครอบครัวที่สมบูรณ์

ชื่อจริง : สหรัฐต์ หิรัญญ์ธนภูวดล

ชื่อเล่น : เจษ

วันเกิด : 3 มิถุนายน พ.ศ. 2535 (ปัจจุบันอายุ 27 ปี)

 

เส้นทางหนุ่มสิงโต

  • สิงโต  เติบโตมาโดยไม่ได้รับความรักจากพ่อเลยแม้แต่นิด หลังจากที่พ่อทิ้งครอบครัวไป แม่ก็ได้กลับไปอยู่กับยาย ซึ่งช่วงนั้นแม่ต้องทำงานหนักมาเพื่อหาเงินมาเลี้ยงดูลูก ส่วนยายก็อาสาหาอาหารให้เขากินเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระของแม่ ขณะที่เขาก็ไม่ได้นิ่งนอนใจเลยสักนิด พยายามทำตัวให้เป็นประโยชน์ต่อครอบครัวมากที่สุด เขาเก็บเศษกระดาษ เก็บขวดแก้ว และเศษเหล็กไปขาย เพื่อส่งตัวเองเรียนหนังสือ แม่ของเขาต้องเดินทางเข้ามาทำงานที่กรุงเทพ โดยได้ค่าจ้างเพียงวันละสองร้อยบาทเท่านั้น ชีวิตของเขาจึงมีแค่ผู้เป็นยายคอยให้คำปรึกษาต่างๆ ในชีวิต เขายอมรับเลยว่าตนเองได้รับความอดทนมาจากยาย เพราะยายของเขาเป็นหญิงแกร่งที่มีความอดทนสูงมาก ยายคอยแนะนำสิ่งต่างๆ ในชีวิตให้กับเขา สอนให้เขาเป็นคนกตัญญูรู้คุณคน
  • สิงโต สหรัฐต์ มีเสียงที่เป็นพรสวรรค์ เหมือนเป็นของขวัญที่ติดตัวมาให้กับชีวิตที่แสนโชคร้าย เขามองไม่เห็นหนทางหาเงินจากช่องทางอื่นได้เลย ด้วยอายุเพียงแค่ 15 ปี เขาไม่มีวุฒิการศึกษาที่จะใช้สมัครงาน ทำให้สิงโตตัดสินใจที่จะสมัครเข้ามาประกวดในรายการเดอะสตาร์ ค้นฟ้าคว้าดาว ปีที่ 5 เพื่อหวังที่จะคว้าเงินรางวัลเอาไปเปลี่ยนแปลงครอบครัวของเขา โดยเขาเป็นผู้ประกวดที่มีอายุน้อยที่สุดในรายการ เขาต้องแข่งขันกับรุ่นพี่ที่มีประสบการณ์ มีพ่อแม่คอยมาส่งกำลังใจให้ ส่วนเขาไม่มีอะไรเลยสักอย่าง เขามาด้วยตัวคนเดียวกับความหวังที่เต็มเปี่ยมในหัวใจ ด้วยความมุ่งมั่นที่มากมาย รางวัลของพรสวรรค์บวกพรแสวงอันแรงกล้าก็ทำให้หนุ่มสิงโตคว้าชัยชนะอันดับ 1 ในการประกวดไปครองได้สำเร็จ นั่นเองที่กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตของเขาเลยทีเดียว คุณภาพชีวิตของครอบครัวเขาเริ่มดีขึ้นตามลำดับ เขากลายเป็นเสาหลักของครอบครัวให้กับครอบครัวที่รักได้สำเร็จ หลังจากได้รับรางวัล ชีวิตของหนุ่มสิงโตก็ได้รับโอกาสมากขึ้น เขามีผลงานเพลงออกมาหลายอัลบั้ม ไม่นานก็ได้รับความนิยมโด่งดังไปตามๆ กันทุกเพลง นอกจากนั้นเขายังได้รับโอกาสในการแสดงละครเวที ละคร ซิทคอม แถมยังได้เป็นพรีเซ็นเตอร์โฆษณาอีกหลายตัว พร้อมกับได้รับรางวัลการันตีความสามารถอีกหลายถ้วยรางวัลเลยทีเดียว
  • นอกจากเรื่องงานจะรุ่งโรจน์แล้ว สิงโต  ก็ไม่ละทิ้งทางด้านการเรียน เขามีผลการเรียนที่ดีอย่างต่อเนื่อง สามารถสอบติดนายเรืออากาศตรีของกองทัพอากาศได้อย่างสวยงาม หนุ่มสิงโตสามารถผ่านไปได้ทั้งด้านการสอบภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติ สร้างความภาคภูมิใจให้กับเขาได้เป็นอย่างมาก ถึงแม้ว่าชีวิตของหนุ่มสิงโตจะประสบความสำเร็จอย่างสูงสุดในทุกด้าน แต่เขาก็ยังคงเป็นสิงโตที่น่ารักคนเดิมไม่เคยเปลี่ยนแปลง เขายังเป็นเด็กหนุ่มที่ยึดมั่นในความกตัญญู ขยันอดทน มีวินัย รวมถึงการเป็นตัวอย่างที่ดีของสังคมเสมอ เป็นผู้ชายอกสามศอกที่บอกเลยว่าไม่ชื่นชอบการดื่มเหล้า เพราะเขาเคยเห็นพื้นฐานที่ย่ำแย่ในอดีตของครอบครัวมากแล้ว จึงทำให้เขามีเป้าหมายที่ชัดเจนว่าจะต้องเป็นผู้ชายที่ดีในทุกด้านให้ได้

‘สิงโต เดอะสตาร์’ เปิดชีวิตจริงยิ่งกว่าละคร พ่อตบตีแม่-เก็บขยะขายแต่เด็ก!

กว่าจะประสบความสำเร็จอย่างเช่นทุกวันนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย สิงโต สหรัฐต์ หิรัญญ์ธนภูวดล หรือสิงโต เดอะสตาร์ มาเปิดใจผ่านทางรายการ คุยแซ่บShow ทางช่องวัน 31 ถึงเรื่องราววัยเด็กที่เห็นพ่อแม่ตีกัน แถมยังต้องทำงานเก็บขยะขายตั้งแต่อายุ 9 ขวบ โดยมีพีเค-ปิยวัฒน์ และ ชมพู่ ก่อนบ่ายฯ เป็นพิธีกร

ชีวิตในวัยเด็กเป็นยังไง เล่าให้ฟังหน่อย
สิงโต : ครอบครัวบกพร่องครับ คือต้องบอกว่าครอบครัวของสิงโตมีปัญหาอยู่ตลอดเวลา คุณพ่อมีเมียหลายคน เกือบจะเป็น 10 ครับ วันที่ผมคลอดเขาก็ไม่ได้มาดู แล้วก็อยู่มาวันหนึ่งคุณพ่อก็ขอแยกทางกับคุณแม่ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่คิดไม่ฝันมาก่อน ระหว่างทางคุณแม่ก็ทราบมาตลอดว่าคุณพ่อมีผู้หญิงอื่น แต่คุณแม่ก็รับได้เพราะว่าคุณแม่มีลูก อยู่เพื่อลูก แล้วก็ยังมีทะเลาะกันอีก

“ผมก็อยากจะบอกว่าพ่อแม่คนไหนถ้าเกิดมีปัญหากัน ไม่ควรมาทะเลาะตบตีกันให้ลูกเห็นครับ เหมือนที่ผมได้เห็นและผมได้สัมผัสคือพ่อทำร้ายแม่ตลอดเวลา โดนทุบ โดนตี ตื่นเช้ามาแม่ผมมีบาดแผลของการโดนทำร้ายให้ผมเห็นตลอด ซึ่งมันเป็นอะไรที่ค่อนข้างแย่ครับ”

ทำไมคุณแม่ถึงเลือกที่จะทน?
คุณแม่ : คิดถึงลูก คือจะทนให้ถึงที่สุดเท่าที่จะทนได้

หนักสุดเคยโดนถึงขั้นไหน?
คุณแม่ : ก็มีแผลช้ำบวม ชกต่อยอะไรอย่างนี้ค่ะ พาผู้หญิงคนใหม่มาแล้วก็มีปัญหากัน คือคิดว่าตอนนั้นลูกเราก็ยังเด็กแล้วแม่ก็ไม่ได้คิดที่จะเลิกกับเขา
สิงโต : คือแม่ค่อนข้างที่จะเป็นผู้หญิงแบบไทยคือมีความอดทนสูง แล้วมีความเมตตา คือใจอ่อนเลยก็ว่าได้ แล้วคุณแม่เขาก็เป็นห่วงเราด้วย เป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้คุณแม่ยอมทนในตอนนั้น

จำภาพวันที่พ่อกับแม่แยกทางกันได้ไหม?
สิงโต : จำได้แม่นเลยครับ ตอนนั้นผมประมาณ 7-8 ขวบ จำได้ว่าเขามาเก็บเสื้อผ้าออกจากบ้าน เก็บด้วยความรวดเร็ว เขาไม่ได้หันมามองผมเลยแม้แต่เสี้ยววินาทีเดียว ผมนั่งอยู่ตรงนั้นไม่มีคำลาแม้แต่สักหนึ่งคำ ไม่มีการกอด ไม่มีการบอกลาเลยใดๆ

“ตั้งแต่ผมจำความได้ เขาไม่เคยแสดงความรักเลย ตลอดระยะเวลาที่อยู่ด้วยกัน เขาก็ออกไปนอกบ้านตลอด กลับมาก็ตี 2 ตี 3 น้อยครั้งที่จะอยู่ด้วยกัน แล้วหลังจากวันนั้น เขาก็หายไปเลย ไม่ได้ติดต่อหรือว่าโทรมาให้กำลังใจใดๆ แต่เราไม่ได้เรียกร้อง เพราะว่าตัวผมมีความรักจากคุณแม่เต็มที่ เราจะกอดจะหอมกันตลอด ผมเลยไม่รู้สึกขาดความรัก”

หลังจากนั้นอยู่กันยังไง?
สิงโต : คุณแม่กับคุณยายก็จะเป็นคนดูแลเรื่องอาหารการกิน แล้วคุณแม่ก็ออกไปรับจ้างทำงานเป็นแม่บ้าน ได้วันละ 200 บาทสมัยก่อน ส่วนเรื่องของการเรียน ผมส่งตัวเองเรียน ผมทำทุกอย่างตั้งแต่เก็บขวดขาย เศษเหล็ก พลาสติก กระดาษ หรืออะไรก็ตามที่ขายได้ผมทำหมด คือคุณยายเขาจะเป็นคนแนะนำผม เขาจะเป็นผู้หญิงที่ค่อนข้างแกร่ง แล้วก็เป็นผู้นำ อดทนครับ

“ตอนแรกๆ เราจะรู้สึกอาย แต่คุณยายบอกว่า ไม่ต้องอายนะลูก งานนี้มันเป็นงานที่สุจริต แล้วได้ช่วยเหลือให้บ้านเมืองเรามีขยะน้อยลง ได้เงินด้วย เราเลยรู้สึกว่าไม่อายถึงแม้เพื่อนจะดูถูก เราก็ภูมิใจ แล้วเราจะได้เก็บเงินตรงนี้เอาไปซื้อหนังสือ ซื้อสมุด ปากกา ดินสอไปเรียน”

“ผมค่อนข้างโชคดีที่เรียนโรงเรียนเทศบาล ถ้าเกิดใครสอบได้ที่ 1 ของชั้น จะได้ทุนเรียนฟรี แล้วเราก็จะมุ่งมั่นทุกปี ผมไม่ได้แค่เรียนอย่างเดียว ผมทำกิจกรรมทุกอย่าง ผมเป็นหัวหน้าห้อง แข่งขันโอลิมปิกวิชาการ ได้รางวัลได้เงินซึ่งเป็นเงินก้อน คือทำกิจกรรมทุกอย่างที่จะสามารถผลักดันตัวเองให้เรียนหนังสือได้”

Evie

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *